Everything

หมอเค้าว่าเป็น heartburn ร้อนในพุงๆๆ แย่ๆๆ
แล้วมันคืออะไร???


.... Heartburn... ไม่ใช่ใจละลายนะ
เป็นอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร


หรือเรียกเป็นการเป็นงานว่า
โรคกรดไหลย้อน ภาษาปะกิดเรียกว่า Gastroesophageal Reflux Disease หรือ GERD


แล้วมันคืออะไรล่ะ ???
มันคืออาการที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหาร ทั้งๆที่มันควรจะอยู่ดีมีสุขในกระเพาะ ไม่ควรไปรบกวนชาวบ้านเขา
แล้วที่ไหลย้อนขึ้นไปน่ะส่วนใหญ่เป็นกรดในกระเพาะเสียด้วย อาจมีบ้างที่เป็นด่างจากลำไส้เล็ก แต่ก็น้อย
(//me กระเพาะมันเพี้ยน~*)

อาการก็จะแสบยอดออก หรืออาจมีเรอเปรี้ยว คือรู้สึกเหมือนมีอะไรขมๆเปรี้ยวๆในปากหรือคอนั่นแหละ
(//me เป็นมันหมดนี่เลย - -")

ไอ้อาการแบบนี้อาจทำให้หลอดอาหารอักเสบ หรือมีแผลจนไปกันใหญ่ จนทำให้ปลายหลอดอาหารตีบ หรือไม่ก็ เซลล์เยื่อบุหลอดอาหารผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด
(//me เห็นหมอบอกว่ามีแผลด้วย - -")

บางคนอาจเป็นอย่างอื่นด้วยเช่น โรค หู คอม จมูก อย่างไอๆๆๆๆ เสียงแหบไม่หาย บางทีอาจตามด้วยระบบหายใจตามมาอย่างหอบหืด เจ็บหน้าอกทั้งๆที่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจ หรือมีกลิ่นปาก
(//me ดีใจที่ยังไม่เป็น)


ทำไมถึงเป็นล่ะ???
เกิดได้จากหลายอย่าง เช่น
- หลอดอาหารส่วนปลายคลายตัวทั้งๆที่ไม่ได้กลืนอะไร ใครที่เป็นก็จะเกิดไอ้อาการแบบนี้บ่อยกว่าขาวบ้านเค้า
- ความดันของหูรูดของหลอดอาหารส่วนปลายต่ำกว่าชาวบ้าน หรือกระเพาะอาหารดันผลุบเข้าไปในหลอดอาหาร
- กระเพาะอาหาร หรือ หลอดอาหารบีบตัวผิดปกติ
- อาจเป็นเพราะเชื้อแบคทีเรียน หรือไม่ก็ เกี่ยวกับพันธุกรรม
(//me คงไม่ใช่พันธุกรรม ไม่เห็นมีใครเป็นเลย ..... (- -))


แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นโรคนี้????
- แสบร้อนแถวๆลิ้นปี่ แล้วลาามไล่มาถึงหน้าอก หรือ ไม่ก็ขึ้นมาถึงคอ
- อาจมีเรอเปรี้ยว คือรู้สึกเหมือนมีอะไรขมๆเปรี้ยวๆในปากหรือคอ
อาจเป็นทั้งสองอย่าง หรือไม่ก็อย่างใดอย่างหนึ่ง บางทีอาจมีอาการอย่างอื่นเช่น ท้องอืดดด คลื่นไส้อาเจียร เจ็บหน้าอก จุกที่คอ หรือไม่ก็เหมือนมีอะไรขว้างในคอ (ก้าง...กั๊กๆๆ) เสียงแหบ เจ็บคอเรื้อรัง หอบหืด มีกลิ่นปาก



ถ้าเป็นแล้วทำยังไงดี????
ส่วนใหญ่คุณหมอจะทำให้ดีขึ้นเป็นหลัก รักษาอาการอักเสบ ป้องกันแผลแทรกซ้อน อาจจะต้องกินยา ส่องกล้อง แล้วก็ต้องเปลี่ยนอะไรบางอย่างเช่น
- เลิกบุหรี่ เลิกเหล้า (//me ปกติไม่กิน)
- เลิกชา เลิกน้ำอัดลม น้ำผลไม้หรืออะไรที่เปรี้ยวๆ เลิกกินเผ็ด เลิกกินของมันๆ เลิกกินช็อกโกแลต (//me เลิกยากๆทั้งน้านนน)
- อย่าให้อ้วน (//me นี่ก็ด้วย เครียดทีไร น้ำหนักขึ้นทุกที - -")
- มื้อเย็นอย่างกินเอยะ แล้วกินก่อนนอน อย่างน้อย 3 ชั่วโมง (//me กำลังพยายามอยู่ )
- กินน้อยๆ แต่บ่อยๆ (//me ปกติไม่ขยันกินนะ กินเป็นมื้อ แต่มื้อใหญ๊ ใหญ่ - -")
- ออกกำลังกาย (//me ตีแบดๆๆ แต่ตีเสร็จก็กิน - -")
- เวลานอน ให้นอนตะแคงซ้ายและนอนให้หัวสูง 6 นิ้ว (//me ซ้ายขึ้นหรือซ้ายลงหว่า - -??)



ทำยังไงถ้าไม่เห็นมันจะดีขึ้นเลย????
- หาหมอ บางที อาจต้องกินยา 6 - 8 อาทิตย์ หรืออาจถึงเป็นเดือน หรือ เป็นปี ถ้าเป็นมากๆ
(//me ตอนนี้ครบปีได้แล้วมั้งเนี่ย)
- เป็นแล้วทำไง....ก็หาหมออยู่ดี - -"



เมื่อไหร่จะหายน้อ..... ตอนนี้เริ่มลืมไปแล้วว่ากินเผ็ดๆเป็นยังไง ไม่ได้กินมานาน.......



ข้อมูลเอามาจากใบความรู้เรื่อง โรคกรดไหลย้อน โดย ผศ.นพ.สมชาย ลีลากุศลวงศ์ สาขาวิชาโรคระบบทางเดินอาหาร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
วันนี้มาส่งสาระหน่อย เรื่องเที่ยวญี่ปุ่นน่ะ แปะไว้ก่อน ยังไม่ได้ย่อรูปเลย - -"


เรื่องของเรื่องคือ ตั้งแต่กลับบ้านมา อาการประหลาดก็เริ่มโผล่
โดยเฉพาะเวลา"กวาดบ้าน นอกบ้าน"
จริงๆในบ้านก็เป็น แต่พอดีไม่ค่อยได้กวาดในบ้าน ฮะๆๆๆ


กวาดๆอยู่แล้วมันจะเป็นตุ่มๆๆ แล้วก็คันๆๆ
แล้วก็เกาๆๆ กวาดทุกอาทิตย์ก็เป็นตุ่มๆ คันๆ เกาๆทุกอาทิตย์
จนตอนนี้ขาลายเป็นตุ๊กแกไปแล้ว งดงามมาก (งามตายล่ะ - -")


แถมเหมือนจะกลายเป็นเป้ายุงเวลาอยู่นอกบ้าน กัดมันอยู่คนเดียวนี้แหละ คนอื่นไม่เห็นโดนเลย -"-
แถมยิ่งโดนยิ่งคัน ขึ้นตุ่มเบอเริ่มเทิ่ม จะใหญ่เท่าเหรียญบาทอยู่รอมมะร่อ


ต่อมา อาการหนักขึ้นหน่อยคือ ตอนที่บ้านจัดการปูพื้นไม้ลามิเนตใหม่ ทำให้ฝุ่นก่อสร้าง ฝุ่นบ้าน ฝุ้งไปทั่ว
เหมือนบ้านในเงาหมอก (ซะที่ไหนเล่า!!!)
จนเริ่ม ไอๆๆ น้ำมูกหยดๆ และ ตามด้วย คันคอ คันตา


แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า เมื่อก่อนไม่เป็น แพ้ฝุ่นก็แค่จามๆ น้ำมูกหยดๆๆ
ไม่ได้เป็นขนาด คันตงคันตา ไอจนคอเกร็ง หรือกวาดบ้านแล้วขาเป็นตุ๊กแก

ไม่เคย!!! ด้วยเกียรติของลูกเสือ (ชูสามนิ้วด้วย)




จริงๆอาการประหลาดมีมาตั้งแต่อยู่ที่โน่น แม้ว่า อากาศจะดีฝุ่นจะน้อยก็ตาม
อาการเริ่มแย่ลงงตั้งแต่อยู่ที่โน่น (สงสัยอากาศดีเกิน - -?)

โดยเริ่มจาก
- ควันบุหรี่ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่า เจอควันบุหรี่ เยอะแล้วจะหายใจไม่ออก หายใจถี่ๆๆ เหมือนวิ่งขึ้นตึกซัก สิบกว่าชั้นแล้วก็ไอๆๆ คอเกร็งด้วย
- ต่อมาก็ตามด้วย ฤดูใบไม้ผลิ เล่นเอาเกือบตายตรงที่ จามจนจมูกพังเป็นเดือนๆ แล้วตามมาด้วยล็อตใหญ่สุด คือกลางหน้าร้อนที่ ไม่มีดอกอะไรบ้านแล้วยกเว้นดอกหญ้า ก็ คันตาซะ ตาบวม น้ำตาร่วงได้ทุกวัน และจมูกพัง




แต่ไม่นึกว่าไอ้ที่เคยแพ้นิดๆหน่อยที่บ้าน มันจะสาหัสขึ้นไปด้วย!!!



เลยไปคุ้ยๆข้อมูลมาอ่านเพิ่ม

จริงๆ พอรู้อยู่แล้วว่าแพ้อะไรบ้าง เช่น เกสรดอกไม้ ฝุ่นบ้าน (แต่ไม่เคยรู้มากก่อนว่า แพ้ฝุ่นนอกบ้านด้วย) รวมทั้ง ควันบุหรี่
ดีนะที่ไม่แพ้ของกิน กับหมา
จริงๆไม่เคยทำ skin test หรอก แต่เห็นแม่ทำให้คนไข้เอย เพื่อนเอยมาหลายราย
พอถามแม่ว่า น่าทำไหม ไอ้ skin test เนี่ย ...... "ก็....ดูๆเอาก็พอว่าแพ้อะไรก็หลบๆ" แม่บอกไว้
- -"

อย่างแรกต้องรู้จักมันก่อน



ภูมิ​แพ้​ (Allegy)

คือ​ ​ปฏิกิริยาผิดปกติ​หรือ​ภาวะที่ร่างกายไวต่อสารบางอย่างมากผิดปกติ​
เช่น เมื่อเราถูกยุงกัด​ ​ยุง​จะ​ปล่อยน้ำ​ลายออกมา​ด้วย​ ​สำ​หรับ​ผู้​ที่​แพ้​ ​จะ​เกิดอาการบวมแดงคัน​ ​อย่างมากมาย​ ​แต่​ใน​ผู้​ที่​ไม่​มีปัญหาการแพ้​ ​ก็​เกิดอาการคันบวมแดงเพียง​เล็ก​น้อย​เท่า​นั้น​ ​จะ​ไม่​มี​ผู้​ใด​เลยที่​ไม่​มีอาการเลย​ ​เนื่อง​จาก​การแสดงออกของอาการ​เป็น​การบอก​ให้​ร่างกายรับรู้การกัดของยุง
หรือ​การสูดละอองเกสรดอกไม้​ ​ใน​ร่างกายปกติก็​จะ​ต้อง​มีการจาม​ ​ไอ​ ​น้ำ​มูกไหล​ ​เป็น​ปกติ​เพื่อกำ​จัดสิ่งที่สูดดม​เข้า​ไป​ ​แต่​ผู้​ที่​เป็น​ภูมิ​แพ้​ ​ก็​จะ​เกิดอาการที่รุนแรงกว่า​ ​เป็น​ต้น

เอาให้เข้าใจง่ายๆก็คือ อาการแพ้​ เป็น​ผลมา​จาก​ระบบป้อง​กัน​ภัย​ใน​ตัวเรา​ทำ​งานผิดพลาด​ ​ทำ​นองว่า​เห็นกงจักร​เป็น​ดอกบัว​ ​อะ​ไรประมาณ​นั้น​
​เพราะ​โดย​ปกติ​ ​ระบบภูมิคุ้ม​กัน​ใน​ร่างกายของเรา​ ​มีหน้าที่ต่อต้าน​และ​ทำ​ลาย​ผู้​บุกรุกที่​เป็น​อันตรายต่อร่างกาย​
เทียบ​ได้​กับ​ยามที่​เราจ้าง​ไว้​เฝ้าบ้าน​ ​เราสั่ง​ไว้​ว่า​ถ้า​เห็นขโมยบุก​เข้า​มา​ ​ให้​ใช้​ไม้ตะบองตีหัว​ได้​เลย​ ​แต่นี่พี่ยามแกเกิดเมายาบ้า​ ​เจอบุรุษไปรษณีย์​หรือ​แขกแวะมา​เยี่ยม​ ​พี่​แกสำ​คัญผิดคิดว่า​โจรขโมยไล่ตีกระ​เจิง​ ​เผลอ​ ​ๆ​ ​เจ้าบ้านโดน​ด้วย​

​นี่​แหละคือ​ ​ลักษณะของระบบภูมิคุ้ม​กัน​ที่มีปัญหา​ ​มันอาจมองเห็นขนแมว​หรือ​ละอองเกสรดอกไม้​ ​เป็น​สารที่ก่ออันตรายรุนแรงต่อร่างกาย​ ​จึง​พยายามต่อสู้​กับ​เจ้าสิ่งแปลกปลอมทุกวิถีทาง​ ​เช่น​ ทำ​ให้​หลอดลมหดตัว​ ​เพื่อ​จะ​ได้​หายใจ​ได้​น้อย​ ​ๆ​ ​ไม่​สูดละออง​เข้า​ไปอีก​ ​หรือ​ขับน้ำ​เหนียวข้นมาดักจับฝุ่นละออง​ใน​ทางเดินหายใจ​ ​หรือ​ขับน้ำ​ตาออกมาชะล้าง​ ​หรือ​ทำ​ให้​คลื่นไส้อา​เจียน​ ​เพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออก​จาก​กระ​เพาะ​ ​ทั้ง​ ​ๆ​ ​ที่สารดังกล่าว​ ​มิ​ได้​ก่ออันตรายต่อร่างกายแต่อย่าง​ใด​หรือ​ ​ฯลฯ
นอก​จาก​นี้ผลการวิจัย​ใหม่​ ​ๆ​ ​ยัง​แสดง​ให้​เห็นว่า​ ​เมื่อเกิดอาการแพ้​ ​มัน​ไม่​เพียง​จะ​แสดงผลต่อร่างกาย​เท่า​นั้น​ ​แต่มัน​ยัง​ส่งผลต่อจิตใจ​และ​อารมณ์​ ​โดย​ที่​เรา​ไม่​รู้ตัวอีก​ด้วย​ ​เช่นว่า​ ​มัน​ไม่​แค่ทำ​ให้​น้ำ​มูกไหล​ ​แต่​ยัง​ทำ​ให้​หงุดหงิด​โดย​ที่​ไม่​ได้​ตั้งใจแม้​แต่น้อย




สา​เหตุของโรคภูมิ​แพ้หลายประการ​ ​คือ

กรรมพันธุ์​ ​พบว่า​โรคภูมิ​แพ้​สามารถ​ถ่ายทอด​ได้​ทางพันธุกรรม​ ​ ​ทำ​ให้​ลูกมี​แนวโน้มที่​จะ​แพ้สิ่งต่าง​ ​ๆ​ ​รอบตัว​ได้​ง่ายกว่าคนธรรมดา
สารพิษ​ ​นักวิทยาศาสตร์จำ​นวนมากเชื่อว่า​ ​การที่คนรุ่น​ใหม่​สัมผัสสารเคมีผิดธรรมชาติมากขึ้นทุกวี่วัน​ทั้ง​ใน​อากาศที่หายใจ​ ​ใน​น้ำ​ดื่ม​ ​ใน​อาหารที่รับประทาน​ ​ใน​เสื้อผ้าสวม​ใส่​ ​ล้วนรบกวนการทำ​งานของระบบภูมิคุ้ม​กัน​ ​ทำ​ให้​คนรุ่น​ใหม่​ไวต่อสารแลกปลอมมากขึ้น​ ​ร่างกายมึนงงจำ​แนกมิตรศัตรู​ไม่​ถูก เห็นอะไรๆก็เป็นศัตรูไปหมด
ยา​ ​เป็น​อีกสา​เหตุหนึ่งทำ​ให้​ "งง" ​ได้​เหมือน​กัน​ ​​ทุกวันนี้​ ​ปัญหาสำ​คัญด้านยาคือ​ ​ประชนชนมีพฤติกรรมบริ​โภคยา​เกินสมควร​ ​ใช้​ยา​ใน​ทางที่ผิด​ ​ใช้​ยา​โดย​ไม่​จำ​เป็น​ ​โดย​เฉพาะยาปฏิชีวนะ​ ​ซึ่ง​สามารถ​กระตุ้นการแพ้​ได้
อาหาร​และ​โภชนาการ ​สิ่งที่คุณกิน​และ​ประสิทธิภาพ​ใน​การย่อย​ ​อาจมีผลกระทบสำ​คัญต่อระบบภูมิคุ้ม​กัน​ ​เช่น​ ​การกินอาหารชนิดเดียวติดต่อ​กัน​นาน​ ​ๆ​ ​อาจกระตุ้นภูมิคุ้ม​กัน​ให้​ทำ​งานผิดพลาด
ความ​เครียด​ ​คนเราทุกคนย่อมมี​ความ​เครียดมากบ้างน้อยบ้าง​ ​แต่การเครียดติดต่อ​กัน​นาน​ ​ๆ​ ​อาจนำ​มา​ซึ่ง​ความ​อ่อนแอ​ใน​ระบบภูมิคุ้ม​กัน​ ​ซึ่ง​มีผล​ให้​ร่างกายแสดงอาการของโรคบางชนิดขึ้นมา​โดย​ง่าย​และ​เกิ​ความ​สับสน​ ​ใน​การจำ​แนกมิตรศัตรู



ภูมิ​แพ้​กับ​ครอบครัว

พบว่า​ ​ภูมิ​แพ้มักมีประวัติ​ใน​ครอบครัว​ด้วย​ ​กล่าวคือ
ถ้า​มีพ่อแม่​เป็น​ภูมิ​แพ้​ทั้ง​ 2 ​คน​ ​จะ​พบว่าลูกมี​โอกาส​เป็น​มาก​ถึง​ 75%
ถ้า​มีฝ่าย​ใด​ฝ่ายหนึ่ง​เป็น​ ​ลูกมี​โอกาส​เป็น​ประมาณ​ 25%
ถ้า​ไม่​มี​ใคร​เป็น​ ​ลูกมี​โอกาส​เป็น​ประมาณ​ 10%
(ที่บ้านแม่เป็น แต่ปรากฏว่า สองพี่น้อง แพ้ทั้งคู่ แต่แพ้คนล่ะอย่าง คนพี่ แพ้ทางจมูก ตา และผิวหนัง (ผิวหนังเป็นหลัก) คนน้อง แพ้ผิวหนังเป็นรอง แต่แพ้จมูกเป็นหลัก แต่น้อยกว่าพี่มันหน่อยนึง - -")




ประ​เภทของการแพ้
ก่อน​อื่น​ขอทำ​ความ​เข้า​ใจ​กับ​คำ​ว่า​ Rhinitis ​ก่อนดังนี
​คำ​ว่า​ Rhinitis ​แปลว่า​ ​จมูกอักเสบ​ ​จะ​สังเกตว่า​ใช้​คำ​ว่าอักเสบ​ ​ซึ่ง​มัก​เข้า​ใจว่า​เป็น​การติดเชื้อ​ ​ซึ่ง​จริงๆ​ไม่​ใช่​ ​เพราะ​การอักเสบหมาย​ถึง​ ​อาการ​ ​บวม​ ​แดง​ ​ร้อน​ ​ซึ่ง​เป็น​ได้​ทั้ง​การติดเชื้อ​ ​และ​ไม่​ติดเชื้อ​ ​ท่าน​จึง​ต้อง​เลือก​ใช้​ยา​ให้​ถูก​ไม่​ใช่​ฟังเพียงชื่อโรคก็​จะ​เรียกหายา​แก้อักเสบ​ ​ซึ่ง​ที่จริงน่า​จะ​เรียกว่ายาปฏิชีวนะมากกว่า
(เรียกว่าระบบภูมิคุ้ม​กัน​ ​หรือ​ Immune System) ​
  • Seasonal Allergic Rhinitis ​หมาย​ถึง​การแพ้ทางจมูกที่​เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล​เนื่อง​จาก​เกสรดอกไม้​จาก​พืช​ ​หรือ​ ​สมัยก่อนเรียกว่า​ Hay Fever
  • Perennial Rhinitis คือการแพ้ทางจมูกที่​เป็น​ตลอดปี​ ​ได้​แก่​ ​การแพ้ที่​เกิด​จาก​ ​ไร​, ​เชื้อรา​, ​ขนสัตว์​, ​อื่นๆ​ ​ที่มี​อยู่​ตลอด​ทั้ง​ปี
  • Food Allergy แพ้อาหาร​ ​อาหารที่พบบ่อย​ได้​แก่​ ​ไข่​ , ​นม​ , ​ถั่ว​ , ​หอย​ ​เป็น​ต้น
  • Anaphylactic Shock เป็น​รูปแบบการแพ้ที่รุนแรง​ถึง​ชีวิต​ ​ได้​แก่​ ​การแพ้ยา​เพนนิซิลลิน​ ​หรือ​แมลงกัดต่อย​ ​ตะขาบ​ ​ฯลฯ
  • Allergic Conjunctivitis เยื่อตาอักเสบ​ ​บวม​ ​แดง
  • Contact Dermatitis ​รูปแบบการแพ้ทางผิวหนัง​ ​เกิดผื่นแพ้​ ​คัน




การรักษา

1. หัวใจสำ​คัญที่สุด​ ​คือ​ ​หาสา​เหตุการแพ้​ ​และ​หาหลบซะ
2. การออกกำ​ลังกายอย่างสม่ำ​เสมอ​ ​และ​การพักผ่อน​ ​ให้​เพียงพอ​จะ​ช่วย​ให้​ผู้​ป่วยมีสุขภาพที่​แข็งแรงขึ้น
3. ใช้ยา​แก้​แพ้​ Antihistamine ​และ​ใข้ยาลดบวมภาย​ใน​โพรงจมูก​ด้วย​ถ้า​มีอาการแน่นจมูก​ด้วย
4. ถ้า​อาการรุนแรงมาก​ ​พิจารณาการ​ใช้​การรักษา​ด้วย​การทดสอบผิวหนังหาสารที่​แพ้​ ​และ​รับการฉีดสารที่​แพ้​นั้น​เข้า​ร่างกายทีละน้อย​ ​ต้อง​ใชเวลานาน​จึง​เห็นผล​ ( ​ประมาณ​ 3-5 ​ปี​ ) ​เพื่อปรับ​ให้​ร่างกายเคยชิน​ ​ซึ่ง​จะ​ต้อง​อยู่​ภาย​ใต้​การดู​แลของแพทย์​ผู้​เชี่ยวชาญด้านภูมิ​แพ้​โดย​ตรง


ส่วนรายละเอียดย่อยของแต่ละภูมิแพ้ที่ ขึ้นกับแต่ละส่วน อ่านตรงนี้
http://www.elib-online.com/doctors/ent_allergy2.html

PS เคยเห็น Anaphylactic Shock มาทีนึง น่ากลัวแท้ รุ่นพี่แพ้ถั่ว หน้าบวม ลิ้นดำ และหายใจไม่ออก
ฉะนั้น ใครเกิดอาการใกล้เคียงให้บึ่งหาหมอด่วน!!!

ที่มา http://www.elib-online.com/doctors/ent.html




Hexafågel
View full profile