วันนี้มาส่งสาระหน่อย เรื่องเที่ยวญี่ปุ่นน่ะ แปะไว้ก่อน ยังไม่ได้ย่อรูปเลย - -"
เรื่องของเรื่องคือ ตั้งแต่กลับบ้านมา อาการประหลาดก็เริ่มโผล่
โดยเฉพาะเวลา"กวาดบ้าน นอกบ้าน"
จริงๆในบ้านก็เป็น แต่พอดีไม่ค่อยได้กวาดในบ้าน ฮะๆๆๆ
กวาดๆอยู่แล้วมันจะเป็นตุ่มๆๆ แล้วก็คันๆๆ
แล้วก็เกาๆๆ กวาดทุกอาทิตย์ก็เป็นตุ่มๆ คันๆ เกาๆทุกอาทิตย์
จนตอนนี้ขาลายเป็นตุ๊กแกไปแล้ว งดงามมาก (งามตายล่ะ - -")
แถมเหมือนจะกลายเป็นเป้ายุงเวลาอยู่นอกบ้าน กัดมันอยู่คนเดียวนี้แหละ คนอื่นไม่เห็นโดนเลย -"-
แถมยิ่งโดนยิ่งคัน ขึ้นตุ่มเบอเริ่มเทิ่ม จะใหญ่เท่าเหรียญบาทอยู่รอมมะร่อ
ต่อมา อาการหนักขึ้นหน่อยคือ ตอนที่บ้านจัดการปูพื้นไม้ลามิเนตใหม่ ทำให้ฝุ่นก่อสร้าง ฝุ่นบ้าน ฝุ้งไปทั่ว
เหมือนบ้านในเงาหมอก (ซะที่ไหนเล่า!!!)
จนเริ่ม ไอๆๆ น้ำมูกหยดๆ และ ตามด้วย คันคอ คันตา
แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า เมื่อก่อนไม่เป็น แพ้ฝุ่นก็แค่จามๆ น้ำมูกหยดๆๆ
ไม่ได้เป็นขนาด คันตงคันตา ไอจนคอเกร็ง หรือกวาดบ้านแล้วขาเป็นตุ๊กแก
ไม่เคย!!! ด้วยเกียรติของลูกเสือ (ชูสามนิ้วด้วย)
จริงๆอาการประหลาดมีมาตั้งแต่อยู่ที่โน่น แม้ว่า อากาศจะดีฝุ่นจะน้อยก็ตาม
อาการเริ่มแย่ลงงตั้งแต่อยู่ที่โน่น (สงสัยอากาศดีเกิน - -?)
โดยเริ่มจาก
- ควันบุหรี่ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่า เจอควันบุหรี่ เยอะแล้วจะหายใจไม่ออก หายใจถี่ๆๆ เหมือนวิ่งขึ้นตึกซัก สิบกว่าชั้นแล้วก็ไอๆๆ คอเกร็งด้วย
- ต่อมาก็ตามด้วย ฤดูใบไม้ผลิ เล่นเอาเกือบตายตรงที่ จามจนจมูกพังเป็นเดือนๆ แล้วตามมาด้วยล็อตใหญ่สุด คือกลางหน้าร้อนที่ ไม่มีดอกอะไรบ้านแล้วยกเว้นดอกหญ้า ก็ คันตาซะ ตาบวม น้ำตาร่วงได้ทุกวัน และจมูกพัง
แต่ไม่นึกว่าไอ้ที่เคยแพ้นิดๆหน่อยที่บ้าน มันจะสาหัสขึ้นไปด้วย!!!
เลยไปคุ้ยๆข้อมูลมาอ่านเพิ่ม
จริงๆ พอรู้อยู่แล้วว่าแพ้อะไรบ้าง เช่น เกสรดอกไม้ ฝุ่นบ้าน (แต่ไม่เคยรู้มากก่อนว่า แพ้ฝุ่นนอกบ้านด้วย) รวมทั้ง ควันบุหรี่
ดีนะที่ไม่แพ้ของกิน กับหมา
จริงๆไม่เคยทำ skin test หรอก แต่เห็นแม่ทำให้คนไข้เอย เพื่อนเอยมาหลายราย
พอถามแม่ว่า น่าทำไหม ไอ้ skin test เนี่ย ...... "ก็....ดูๆเอาก็พอว่าแพ้อะไรก็หลบๆ" แม่บอกไว้
- -"
อย่างแรกต้องรู้จักมันก่อน
ภูมิแพ้ (Allegy)
คือ ปฏิกิริยาผิดปกติหรือภาวะที่ร่างกายไวต่อสารบางอย่างมากผิดปกติ
เช่น เมื่อเราถูกยุงกัด ยุงจะปล่อยน้ำลายออกมาด้วย สำหรับผู้ที่แพ้ จะเกิดอาการบวมแดงคัน อย่างมากมาย แต่ในผู้ที่ไม่มีปัญหาการแพ้ ก็เกิดอาการคันบวมแดงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จะไม่มีผู้ใดเลยที่ไม่มีอาการเลย เนื่องจากการแสดงออกของอาการเป็นการบอกให้ร่างกายรับรู้การกัดของยุง
หรือการสูดละอองเกสรดอกไม้ ในร่างกายปกติก็จะต้องมีการจาม ไอ น้ำมูกไหล เป็นปกติเพื่อกำจัดสิ่งที่สูดดมเข้าไป แต่ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ ก็จะเกิดอาการที่รุนแรงกว่า เป็นต้น
เอาให้เข้าใจง่ายๆก็คือ อาการแพ้ เป็นผลมาจากระบบป้องกันภัยในตัวเราทำงานผิดพลาด ทำนองว่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว อะไรประมาณนั้น
เพราะโดยปกติ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรา มีหน้าที่ต่อต้านและทำลายผู้บุกรุกที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
เทียบได้กับยามที่เราจ้างไว้เฝ้าบ้าน เราสั่งไว้ว่าถ้าเห็นขโมยบุกเข้ามา ให้ใช้ไม้ตะบองตีหัวได้เลย แต่นี่พี่ยามแกเกิดเมายาบ้า เจอบุรุษไปรษณีย์หรือแขกแวะมาเยี่ยม พี่แกสำคัญผิดคิดว่าโจรขโมยไล่ตีกระเจิง เผลอ ๆ เจ้าบ้านโดนด้วย
นี่แหละคือ ลักษณะของระบบภูมิคุ้มกันที่มีปัญหา มันอาจมองเห็นขนแมวหรือละอองเกสรดอกไม้ เป็นสารที่ก่ออันตรายรุนแรงต่อร่างกาย จึงพยายามต่อสู้กับเจ้าสิ่งแปลกปลอมทุกวิถีทาง เช่น ทำให้หลอดลมหดตัว เพื่อจะได้หายใจได้น้อย ๆ ไม่สูดละอองเข้าไปอีก หรือขับน้ำเหนียวข้นมาดักจับฝุ่นละอองในทางเดินหายใจ หรือขับน้ำตาออกมาชะล้าง หรือทำให้คลื่นไส้อาเจียน เพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออกจากกระเพาะ ทั้ง ๆ ที่สารดังกล่าว มิได้ก่ออันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใดหรือ ฯลฯ
นอกจากนี้ผลการวิจัยใหม่ ๆ ยังแสดงให้เห็นว่า เมื่อเกิดอาการแพ้ มันไม่เพียงจะแสดงผลต่อร่างกายเท่านั้น แต่มันยังส่งผลต่อจิตใจและอารมณ์ โดยที่เราไม่รู้ตัวอีกด้วย เช่นว่า มันไม่แค่ทำให้น้ำมูกไหล แต่ยังทำให้หงุดหงิดโดยที่ไม่ได้ตั้งใจแม้แต่น้อย
สาเหตุของโรคภูมิแพ้หลายประการ คือ
กรรมพันธุ์ พบว่าโรคภูมิแพ้สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ทำให้ลูกมีแนวโน้มที่จะแพ้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ง่ายกว่าคนธรรมดา
สารพิษ นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่า การที่คนรุ่นใหม่สัมผัสสารเคมีผิดธรรมชาติมากขึ้นทุกวี่วันทั้งในอากาศที่หายใจ ในน้ำดื่ม ในอาหารที่รับประทาน ในเสื้อผ้าสวมใส่ ล้วนรบกวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้คนรุ่นใหม่ไวต่อสารแลกปลอมมากขึ้น ร่างกายมึนงงจำแนกมิตรศัตรูไม่ถูก เห็นอะไรๆก็เป็นศัตรูไปหมด
ยา เป็นอีกสาเหตุหนึ่งทำให้ "งง" ได้เหมือนกัน ทุกวันนี้ ปัญหาสำคัญด้านยาคือ ประชนชนมีพฤติกรรมบริโภคยาเกินสมควร ใช้ยาในทางที่ผิด ใช้ยาโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ซึ่งสามารถกระตุ้นการแพ้ได้
อาหารและโภชนาการ สิ่งที่คุณกินและประสิทธิภาพในการย่อย อาจมีผลกระทบสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน เช่น การกินอาหารชนิดเดียวติดต่อกันนาน ๆ อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานผิดพลาด
ความเครียด คนเราทุกคนย่อมมีความเครียดมากบ้างน้อยบ้าง แต่การเครียดติดต่อกันนาน ๆ อาจนำมาซึ่งความอ่อนแอในระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีผลให้ร่างกายแสดงอาการของโรคบางชนิดขึ้นมาโดยง่ายและเกิความสับสน ในการจำแนกมิตรศัตรู
ภูมิแพ้กับครอบครัว
พบว่า ภูมิแพ้มักมีประวัติในครอบครัวด้วย กล่าวคือ
ถ้ามีพ่อแม่เป็นภูมิแพ้ทั้ง 2 คน จะพบว่าลูกมีโอกาสเป็นมากถึง 75%
ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็น ลูกมีโอกาสเป็นประมาณ 25%
ถ้าไม่มีใครเป็น ลูกมีโอกาสเป็นประมาณ 10%
(ที่บ้านแม่เป็น แต่ปรากฏว่า สองพี่น้อง แพ้ทั้งคู่ แต่แพ้คนล่ะอย่าง คนพี่ แพ้ทางจมูก ตา และผิวหนัง (ผิวหนังเป็นหลัก) คนน้อง แพ้ผิวหนังเป็นรอง แต่แพ้จมูกเป็นหลัก แต่น้อยกว่าพี่มันหน่อยนึง - -")
ประเภทของการแพ้
ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกับคำว่า Rhinitis ก่อนดังนี
คำว่า Rhinitis แปลว่า จมูกอักเสบ จะสังเกตว่าใช้คำว่าอักเสบ ซึ่งมักเข้าใจว่าเป็นการติดเชื้อ ซึ่งจริงๆไม่ใช่ เพราะการอักเสบหมายถึง อาการ บวม แดง ร้อน ซึ่งเป็นได้ทั้งการติดเชื้อ และไม่ติดเชื้อ ท่านจึงต้องเลือกใช้ยาให้ถูกไม่ใช่ฟังเพียงชื่อโรคก็จะเรียกหายาแก้อักเสบ ซึ่งที่จริงน่าจะเรียกว่ายาปฏิชีวนะมากกว่า
(เรียกว่าระบบภูมิคุ้มกัน หรือ Immune System)
การรักษา
1. หัวใจสำคัญที่สุด คือ หาสาเหตุการแพ้ และหาหลบซะ
2. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการพักผ่อน ให้เพียงพอจะช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น
3. ใช้ยาแก้แพ้ Antihistamine และใข้ยาลดบวมภายในโพรงจมูกด้วยถ้ามีอาการแน่นจมูกด้วย
4. ถ้าอาการรุนแรงมาก พิจารณาการใช้การรักษาด้วยการทดสอบผิวหนังหาสารที่แพ้ และรับการฉีดสารที่แพ้นั้นเข้าร่างกายทีละน้อย ต้องใชเวลานานจึงเห็นผล ( ประมาณ 3-5 ปี ) เพื่อปรับให้ร่างกายเคยชิน ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้โดยตรง
ส่วนรายละเอียดย่อยของแต่ละภูมิแพ้ที่ ขึ้นกับแต่ละส่วน อ่านตรงนี้
http://www.elib-online.com/doctors/ent_allergy2.html
PS เคยเห็น Anaphylactic Shock มาทีนึง น่ากลัวแท้ รุ่นพี่แพ้ถั่ว หน้าบวม ลิ้นดำ และหายใจไม่ออก
ฉะนั้น ใครเกิดอาการใกล้เคียงให้บึ่งหาหมอด่วน!!!
ที่มา http://www.elib-online.com/doctors/ent.html
เรื่องของเรื่องคือ ตั้งแต่กลับบ้านมา อาการประหลาดก็เริ่มโผล่
โดยเฉพาะเวลา"กวาดบ้าน นอกบ้าน"
จริงๆในบ้านก็เป็น แต่พอดีไม่ค่อยได้กวาดในบ้าน ฮะๆๆๆ
กวาดๆอยู่แล้วมันจะเป็นตุ่มๆๆ แล้วก็คันๆๆ
แล้วก็เกาๆๆ กวาดทุกอาทิตย์ก็เป็นตุ่มๆ คันๆ เกาๆทุกอาทิตย์
จนตอนนี้ขาลายเป็นตุ๊กแกไปแล้ว งดงามมาก (งามตายล่ะ - -")
แถมเหมือนจะกลายเป็นเป้ายุงเวลาอยู่นอกบ้าน กัดมันอยู่คนเดียวนี้แหละ คนอื่นไม่เห็นโดนเลย -"-
แถมยิ่งโดนยิ่งคัน ขึ้นตุ่มเบอเริ่มเทิ่ม จะใหญ่เท่าเหรียญบาทอยู่รอมมะร่อ
ต่อมา อาการหนักขึ้นหน่อยคือ ตอนที่บ้านจัดการปูพื้นไม้ลามิเนตใหม่ ทำให้ฝุ่นก่อสร้าง ฝุ่นบ้าน ฝุ้งไปทั่ว
เหมือนบ้านในเงาหมอก (ซะที่ไหนเล่า!!!)
จนเริ่ม ไอๆๆ น้ำมูกหยดๆ และ ตามด้วย คันคอ คันตา
แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า เมื่อก่อนไม่เป็น แพ้ฝุ่นก็แค่จามๆ น้ำมูกหยดๆๆ
ไม่ได้เป็นขนาด คันตงคันตา ไอจนคอเกร็ง หรือกวาดบ้านแล้วขาเป็นตุ๊กแก
ไม่เคย!!! ด้วยเกียรติของลูกเสือ (ชูสามนิ้วด้วย)
จริงๆอาการประหลาดมีมาตั้งแต่อยู่ที่โน่น แม้ว่า อากาศจะดีฝุ่นจะน้อยก็ตาม
อาการเริ่มแย่ลงงตั้งแต่อยู่ที่โน่น (สงสัยอากาศดีเกิน - -?)
โดยเริ่มจาก
- ควันบุหรี่ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่า เจอควันบุหรี่ เยอะแล้วจะหายใจไม่ออก หายใจถี่ๆๆ เหมือนวิ่งขึ้นตึกซัก สิบกว่าชั้นแล้วก็ไอๆๆ คอเกร็งด้วย
- ต่อมาก็ตามด้วย ฤดูใบไม้ผลิ เล่นเอาเกือบตายตรงที่ จามจนจมูกพังเป็นเดือนๆ แล้วตามมาด้วยล็อตใหญ่สุด คือกลางหน้าร้อนที่ ไม่มีดอกอะไรบ้านแล้วยกเว้นดอกหญ้า ก็ คันตาซะ ตาบวม น้ำตาร่วงได้ทุกวัน และจมูกพัง
แต่ไม่นึกว่าไอ้ที่เคยแพ้นิดๆหน่อยที่บ้าน มันจะสาหัสขึ้นไปด้วย!!!
เลยไปคุ้ยๆข้อมูลมาอ่านเพิ่ม
จริงๆ พอรู้อยู่แล้วว่าแพ้อะไรบ้าง เช่น เกสรดอกไม้ ฝุ่นบ้าน (แต่ไม่เคยรู้มากก่อนว่า แพ้ฝุ่นนอกบ้านด้วย) รวมทั้ง ควันบุหรี่
ดีนะที่ไม่แพ้ของกิน กับหมา
จริงๆไม่เคยทำ skin test หรอก แต่เห็นแม่ทำให้คนไข้เอย เพื่อนเอยมาหลายราย
พอถามแม่ว่า น่าทำไหม ไอ้ skin test เนี่ย ...... "ก็....ดูๆเอาก็พอว่าแพ้อะไรก็หลบๆ" แม่บอกไว้
- -"
อย่างแรกต้องรู้จักมันก่อน
ภูมิแพ้ (Allegy)
คือ ปฏิกิริยาผิดปกติหรือภาวะที่ร่างกายไวต่อสารบางอย่างมากผิดปกติ
เช่น เมื่อเราถูกยุงกัด ยุงจะปล่อยน้ำลายออกมาด้วย สำหรับผู้ที่แพ้ จะเกิดอาการบวมแดงคัน อย่างมากมาย แต่ในผู้ที่ไม่มีปัญหาการแพ้ ก็เกิดอาการคันบวมแดงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จะไม่มีผู้ใดเลยที่ไม่มีอาการเลย เนื่องจากการแสดงออกของอาการเป็นการบอกให้ร่างกายรับรู้การกัดของยุง
หรือการสูดละอองเกสรดอกไม้ ในร่างกายปกติก็จะต้องมีการจาม ไอ น้ำมูกไหล เป็นปกติเพื่อกำจัดสิ่งที่สูดดมเข้าไป แต่ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ ก็จะเกิดอาการที่รุนแรงกว่า เป็นต้น
เอาให้เข้าใจง่ายๆก็คือ อาการแพ้ เป็นผลมาจากระบบป้องกันภัยในตัวเราทำงานผิดพลาด ทำนองว่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว อะไรประมาณนั้น
เพราะโดยปกติ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเรา มีหน้าที่ต่อต้านและทำลายผู้บุกรุกที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
เทียบได้กับยามที่เราจ้างไว้เฝ้าบ้าน เราสั่งไว้ว่าถ้าเห็นขโมยบุกเข้ามา ให้ใช้ไม้ตะบองตีหัวได้เลย แต่นี่พี่ยามแกเกิดเมายาบ้า เจอบุรุษไปรษณีย์หรือแขกแวะมาเยี่ยม พี่แกสำคัญผิดคิดว่าโจรขโมยไล่ตีกระเจิง เผลอ ๆ เจ้าบ้านโดนด้วย
นี่แหละคือ ลักษณะของระบบภูมิคุ้มกันที่มีปัญหา มันอาจมองเห็นขนแมวหรือละอองเกสรดอกไม้ เป็นสารที่ก่ออันตรายรุนแรงต่อร่างกาย จึงพยายามต่อสู้กับเจ้าสิ่งแปลกปลอมทุกวิถีทาง เช่น ทำให้หลอดลมหดตัว เพื่อจะได้หายใจได้น้อย ๆ ไม่สูดละอองเข้าไปอีก หรือขับน้ำเหนียวข้นมาดักจับฝุ่นละอองในทางเดินหายใจ หรือขับน้ำตาออกมาชะล้าง หรือทำให้คลื่นไส้อาเจียน เพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออกจากกระเพาะ ทั้ง ๆ ที่สารดังกล่าว มิได้ก่ออันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใดหรือ ฯลฯ
นอกจากนี้ผลการวิจัยใหม่ ๆ ยังแสดงให้เห็นว่า เมื่อเกิดอาการแพ้ มันไม่เพียงจะแสดงผลต่อร่างกายเท่านั้น แต่มันยังส่งผลต่อจิตใจและอารมณ์ โดยที่เราไม่รู้ตัวอีกด้วย เช่นว่า มันไม่แค่ทำให้น้ำมูกไหล แต่ยังทำให้หงุดหงิดโดยที่ไม่ได้ตั้งใจแม้แต่น้อย
สาเหตุของโรคภูมิแพ้หลายประการ คือ
กรรมพันธุ์ พบว่าโรคภูมิแพ้สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ทำให้ลูกมีแนวโน้มที่จะแพ้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ง่ายกว่าคนธรรมดา
สารพิษ นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่า การที่คนรุ่นใหม่สัมผัสสารเคมีผิดธรรมชาติมากขึ้นทุกวี่วันทั้งในอากาศที่หายใจ ในน้ำดื่ม ในอาหารที่รับประทาน ในเสื้อผ้าสวมใส่ ล้วนรบกวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้คนรุ่นใหม่ไวต่อสารแลกปลอมมากขึ้น ร่างกายมึนงงจำแนกมิตรศัตรูไม่ถูก เห็นอะไรๆก็เป็นศัตรูไปหมด
ยา เป็นอีกสาเหตุหนึ่งทำให้ "งง" ได้เหมือนกัน ทุกวันนี้ ปัญหาสำคัญด้านยาคือ ประชนชนมีพฤติกรรมบริโภคยาเกินสมควร ใช้ยาในทางที่ผิด ใช้ยาโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ซึ่งสามารถกระตุ้นการแพ้ได้
อาหารและโภชนาการ สิ่งที่คุณกินและประสิทธิภาพในการย่อย อาจมีผลกระทบสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน เช่น การกินอาหารชนิดเดียวติดต่อกันนาน ๆ อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานผิดพลาด
ความเครียด คนเราทุกคนย่อมมีความเครียดมากบ้างน้อยบ้าง แต่การเครียดติดต่อกันนาน ๆ อาจนำมาซึ่งความอ่อนแอในระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีผลให้ร่างกายแสดงอาการของโรคบางชนิดขึ้นมาโดยง่ายและเกิความสับสน ในการจำแนกมิตรศัตรู
ภูมิแพ้กับครอบครัว
พบว่า ภูมิแพ้มักมีประวัติในครอบครัวด้วย กล่าวคือ
ถ้ามีพ่อแม่เป็นภูมิแพ้ทั้ง 2 คน จะพบว่าลูกมีโอกาสเป็นมากถึง 75%
ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็น ลูกมีโอกาสเป็นประมาณ 25%
ถ้าไม่มีใครเป็น ลูกมีโอกาสเป็นประมาณ 10%
(ที่บ้านแม่เป็น แต่ปรากฏว่า สองพี่น้อง แพ้ทั้งคู่ แต่แพ้คนล่ะอย่าง คนพี่ แพ้ทางจมูก ตา และผิวหนัง (ผิวหนังเป็นหลัก) คนน้อง แพ้ผิวหนังเป็นรอง แต่แพ้จมูกเป็นหลัก แต่น้อยกว่าพี่มันหน่อยนึง - -")
ประเภทของการแพ้
ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกับคำว่า Rhinitis ก่อนดังนี
คำว่า Rhinitis แปลว่า จมูกอักเสบ จะสังเกตว่าใช้คำว่าอักเสบ ซึ่งมักเข้าใจว่าเป็นการติดเชื้อ ซึ่งจริงๆไม่ใช่ เพราะการอักเสบหมายถึง อาการ บวม แดง ร้อน ซึ่งเป็นได้ทั้งการติดเชื้อ และไม่ติดเชื้อ ท่านจึงต้องเลือกใช้ยาให้ถูกไม่ใช่ฟังเพียงชื่อโรคก็จะเรียกหายาแก้อักเสบ ซึ่งที่จริงน่าจะเรียกว่ายาปฏิชีวนะมากกว่า
(เรียกว่าระบบภูมิคุ้มกัน หรือ Immune System)
- Seasonal Allergic Rhinitis หมายถึงการแพ้ทางจมูกที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลเนื่องจากเกสรดอกไม้จากพืช หรือ สมัยก่อนเรียกว่า Hay Fever
- Perennial Rhinitis คือการแพ้ทางจมูกที่เป็นตลอดปี ได้แก่ การแพ้ที่เกิดจาก ไร, เชื้อรา, ขนสัตว์, อื่นๆ ที่มีอยู่ตลอดทั้งปี
- Food Allergy แพ้อาหาร อาหารที่พบบ่อยได้แก่ ไข่ , นม , ถั่ว , หอย เป็นต้น
- Anaphylactic Shock เป็นรูปแบบการแพ้ที่รุนแรงถึงชีวิต ได้แก่ การแพ้ยาเพนนิซิลลิน หรือแมลงกัดต่อย ตะขาบ ฯลฯ
- Allergic Conjunctivitis เยื่อตาอักเสบ บวม แดง
- Contact Dermatitis รูปแบบการแพ้ทางผิวหนัง เกิดผื่นแพ้ คัน
การรักษา
1. หัวใจสำคัญที่สุด คือ หาสาเหตุการแพ้ และหาหลบซะ
2. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการพักผ่อน ให้เพียงพอจะช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น
3. ใช้ยาแก้แพ้ Antihistamine และใข้ยาลดบวมภายในโพรงจมูกด้วยถ้ามีอาการแน่นจมูกด้วย
4. ถ้าอาการรุนแรงมาก พิจารณาการใช้การรักษาด้วยการทดสอบผิวหนังหาสารที่แพ้ และรับการฉีดสารที่แพ้นั้นเข้าร่างกายทีละน้อย ต้องใชเวลานานจึงเห็นผล ( ประมาณ 3-5 ปี ) เพื่อปรับให้ร่างกายเคยชิน ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้โดยตรง
ส่วนรายละเอียดย่อยของแต่ละภูมิแพ้ที่ ขึ้นกับแต่ละส่วน อ่านตรงนี้
http://www.elib-online.com/doctors/ent_allergy2.html
PS เคยเห็น Anaphylactic Shock มาทีนึง น่ากลัวแท้ รุ่นพี่แพ้ถั่ว หน้าบวม ลิ้นดำ และหายใจไม่ออก
ฉะนั้น ใครเกิดอาการใกล้เคียงให้บึ่งหาหมอด่วน!!!
ที่มา http://www.elib-online.com/doctors/ent.html